วันนี้จะพามาผ่าสเปคเรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง Hollyland Pyro Ultra ที่เปิดตัวมาแบบฉีกทุกกฎเกณฑ์การมอนิเตอร์ภาพในกองถ่าย ใครที่เคยใช้รุ่น Pyro S หรือ Pyro H แล้วคิดว่าสุดแล้ว บอกเลยว่าตัวนี้คือร่างทองที่อัปเกรดมาเพื่อคนทำงานระดับมืออาชีพโดยเฉพาะค่ะ เรามาดูกันว่ามีอะไรใหม่ที่ทำให้มันกลายเป็นตัวจบของตากล้อง
5 การอัปเกรดขั้นสุดที่คุณจะไม่พบใน Pyro รุ่นอื่น
1. ความคมชัด 4K60 และความยืดหยุ่นของเฟรมเรต
ไม่ใช่แค่ภาพชัดระดับ 4K แต่ Pyro Ultra รองรับเฟรมเรตสูงถึง 60fps ผ่านพอร์ต HDMI แถมยังมีอัตราการส่งข้อมูลสูงถึง 12 Mbps ที่สำคัญยังรองรับตัวเลขเฟรมเรตย่อยอย่าง 23.98 และ 59.94 fps ซึ่งจำเป็นมากๆ สำหรับงานโปรดักชัน

ส่วนพอร์ต SDI ก็ไม่น้อยหน้าเพราะรองรับความละเอียดได้สูงสุดถึง 1080p60 ทำให้การเชื่อมต่อเข้ากับสวิตช์เชอร์และจอมอนิเตอร์ทำได้โดยตรงแบบไม่ต้องพึ่งตัวแปลงสัญญาณให้วุ่นวาย
2 เจาะลึก Focus Mode ตอบสนองไวทุกมิลลิวินาที
ใครที่เป็นตากล้องหรือ Focus Puller น่าจะเคยปวดหัวกับภาพดีเลย์ใช่ไหมคะ แต่ใน Pyro Ultra เขาใส่สิ่งที่เรียกว่า Focus Mode มาให้ พอเปิดปุ๊บ ค่าความหน่วงหรือ Latency จะดรอปลงไปเหลือแค่ประมาณ 20ms เท่านั้น โดยทำได้ที่ความละเอียด 1080p25 และ 1080p30 ส่วนถ้าขยับไป 1080p60 จะอยู่ที่ 40ms และ 4K60 จะอยู่ที่ 45ms ซึ่งถือว่าเร็วมากๆ ทำให้เราหมุนโฟกัสตามวัตถุที่เคลื่อนไหวได้แบบเรียลไทม์ ไม่มีอาการหน่วงให้หงุดหงิดเลยค่ะ

3 ระยะส่งสัญญาณที่ออกแบบมาเพื่อทุกสเกลงาน
ระบบนี้ให้ระยะการส่งสัญญาณที่เสถียรและไกลมากๆ โดยแบ่งตามโหมดการทำงานค่ะ ในโหมดมาตรฐานหรือ Non Broadcast Mode สามารถส่งสัญญาณภาพได้ไกลสูงสุดถึง 1500 เมตรในระยะสายตา (LOS)
แต่ถ้ากองถ่ายไหนต้องการเปิดโหมด Broadcast เพื่อกระจายภาพให้มอนิเตอร์หลายตัว ระยะการส่งสัญญาณก็ยังทำได้ไกลถึง 700 เมตรเลยทีเดียว ถือว่าครอบคลุมการทำงานทั้งกองถ่ายเล็กและโปรดักชันสเกลใหญ่ค่ะ

4 เทคโนโลยี TWiFi และระบบ DFS Ready
มาดูเรื่องความเสถียรกันบ้าง รุ่นนี้เขาใช้เทคโนโลยีที่เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะอย่าง TWiFi ที่ล้ำกว่า Dual Band ทั่วไปตรงที่เขารวมเอาคลื่น 2.4 GHz และ 5 GHz เข้าด้วยกันแบบ Composite Link ผสานกับการกระโดดสลับช่องความถี่อัตโนมัติที่หาช่องว่างได้ในเวลาไม่ถึง 1 วินาที ผลลัพธ์ที่ได้คือมันส่งสัญญาณในโหมดปกติได้ไกลสูงสุดถึง 1500 เมตร หรือ 4900 ฟุตในระยะสายตา และยังรองรับคลื่นความถี่แบบ DFS ด้วย ตรงนี้ทำให้การใช้งานถูกกฎหมายและมีช่องสัญญาณให้เลือกใช้เยอะขึ้นมาก
5 Link Infinite มอนิเตอร์ไร้ขีดจำกัด
อันนี้คือไฮไลท์เด็ดเลยค่ะ กับฟีเจอร์ Link Infinite ที่มาพร้อม Broadcast Mode สมมติว่ากองถ่ายเราใหญ่มาก ผู้กำกับ ลูกค้า ช่างไฟ ช่างแต่งหน้า อยากดูมอนิเตอร์พร้อมกัน โหมดนี้เปิดให้เครื่องส่งสัญญาณหนึ่งตัว สามารถส่งภาพไปหาเครื่องรับได้แบบไม่จำกัดจำนวนเลยค่ะ โดยจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเชื่อมต่อเครื่องรับไม่เกิน 20 ตัว

แต่ถ้าเราปิดโหมดนี้ ระบบก็ยังใจดีให้เราต่อจอมอนิเตอร์ได้สูงสุด 6 จอ แบ่งเป็นเครื่องรับ 4 เครื่อง และแอปพลิเคชันบนมือถืออีก 2 เครื่อง แถมระยะส่งสัญญาณในโหมด Broadcast ก็ยังทำได้ไกลถึง 700 เมตรเลยนะคะ

ฟีเจอร์ลับที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น
ระบบ UVC และ RTMP Streaming

คุณสามารถสตรีมมิ่งความละเอียดระดับ 4K60 ผ่านพอร์ต Type C ด้วยฟีเจอร์ UVC ได้ง่ายๆ แบบ Plug and Play เพื่อใช้งานเป็นเว็บแคมคุณภาพสูงได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้อ Capture Card เพิ่ม รวมถึงตัวเครื่องยังรองรับการสตรีมผ่าน RTMP ที่ความละเอียด 1080p เพื่อยิงสัญญาณตรงเข้าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เหมาะกับงานไลฟ์โปรดักชันและการทำงานร่วมกันจากระยะไกล
ระบบ Freeze Frame และ Adaptive Output Resolution
ตัวรับสัญญาณมีความฉลาดในการปรับความละเอียดภาพขาออกให้ตรงกับอุปกรณ์ปลายทางโดยอัตโนมัติ แม้ต้นทางจะส่งภาพระดับ 4K60 มา แต่ถ้าจอมอนิเตอร์รับได้แค่ 1080p ตัวเครื่องก็จะปรับลดสเกลให้โดยที่สัญญาณหลักไม่เสียคุณภาพ

และถ้าเกิดเหตุการณ์สัญญาณหลุดกลางอากาศ ระบบจะทำการหยุดภาพเฟรมสุดท้ายค้างไว้เพื่อไม่ให้ภาพมืด หรือเราสามารถตั้งค่าโชว์รูปภาพที่กำหนดเอง ซึ่งต้องเป็นไฟล์ JPG ขนาด 1920 x 1080 ความจุไม่เกิน 1 MB โดยตั้งชื่อไฟล์ว่า logo jpg เพื่อโชว์แทนจอดำได้ด้วย
ดีไซน์และการใช้พลังงาน

อุปกรณ์ชุดนี้ออกแบบมาให้ทนทานแต่น้ำหนักเบาเพียง 320 กรัมต่อเครื่อง ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด 124. 5 x 80 x 34 .9 มิลลิเมตร ตัวส่งสัญญาณรองรับแหล่งจ่ายไฟแบบแบตเตอรี่ NPF หรือเสียบอะแดปเตอร์ DC แบบมีตัวล็อก ในขณะที่เครื่องรับสัญญาณได้รับการอัปเกรดให้รองรับแบตเตอรี่ก้อนใหญ่อย่าง V mount ได้ เพื่อการทำงานที่ยาวนานขึ้นในกองถ่ายโดยไม่ต้องเปลี่ยนแบตบ่อยๆ
การทำงานร่วมกับ Pyro Ecosystem

ถ้าคุณมีอุปกรณ์ตระกูล Pyro อยู่แล้วก็ไม่ต้องกังวลค่ะ เพราะ Pyro Ultra สามารถทำงานข้ามรุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากเปิดใช้งานโหมดมาตรฐานจะสามารถเชื่อมต่อได้ทั้งรุ่น Pyro H, Pyro S, Pyro 7, Pyro 5 และ Vcore แต่ถ้าต้องการใช้งานโหมด Broadcast จะรองรับการเชื่อมต่อกับรุ่น Pyro 5, Pyro 7 และรุ่น Pyro S ที่กำลังจะมีอัปเดตเฟิร์มแวร์ในเดือนมิถุนายน 2569 ค่ะ
แพ็กเกจและการวางจำหน่าย
ราคาเปิดตัว (วันที่ 18-04-2569) ดังนี้
1. Hollyland Pyro Ultra ชุด 1TX และ 1RX

- ราคาขายปลีก Retail Price อยู่ที่ 41,900 บาท
2. Hollyland Pyro Ultra ชุด 1TX และ 2RX

- ราคาขายปลีก Retail Price อยู่ที่ 59,900 บาท
3. Hollyland Pyro Ultra TX

- ราคาขายปลีก Retail Price อยู่ที่ 24,900 บาท
4. Hollyland Pyro Ultra RX เครื่องรับสัญญาณ

- ราคาขายปลีก Retail Price อยู่ที่ 19,900 บาท
สินค้าทุกรายการมีการรับประกันคุณภาพเป็นเวลา 1 ปี สั่งซื้อสินค้าได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Hollyland Thailand

