เวลาเห็นอุปกรณ์ไฟในงานวิดีโอ หลายคนมักเรียกง่าย ๆ ว่า “ไฟทรงถ้วย” กับ “ไฟทรงโดม” แต่จริง ๆ แล้วสองอย่างนี้คือ “Light Modifier” หรืออุปกรณ์ปรับลักษณะแสง ที่ให้คาแรกเตอร์ภาพต่างกันชัดเจนมาก
โดยทั่วไป :
ทรงถ้วย = Standard Reflector
ทรงโดม = Softbox / Parabolic Softbox
แม้จะใช้กับไฟดวงเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ของแสงออกมาคนละอารมณ์เลย
ตัวซอฟแบบ “ถ้วย” หรือ “โดม” ต่างกันยังไง?

“ทรงถ้วย” คืออะไร? (Standard Reflector)
Standard Reflector คืออุปกรณ์ทรงกรวยหรือชามอะลูมิเนียมที่ติดอยู่หน้าไฟ มีหน้าที่ “รวมและพุ่งแสง” ไปในทิศทางเดียว

ข้อสังเกตง่าย ๆ คือ
- ไม่มีผ้ากระจายแสง
- ด้านในมักเป็นสีเงินสะท้อนแสง
- แสงออกมาแรง คม และพุ่งกว่า
ลักษณะแสงที่ได้จะเป็นแบบ Hard Light หรือ “แสงแข็ง” คือเงาคม คอนทราสต์จัด และเห็นมิติชัf หลายครั้งไฟ LED ที่ซื้อมา “แถมถ้วยมาให้เลย” เพราะมันช่วยรีดประสิทธิภาพแสงออกมาได้เต็มกำลังกว่าใช้เปล่า ๆ
จุดเด่นของ Standard Reflector
- แสงพุ่งไกล
- คุมทิศทางง่าย
- ความเข้มแสงสูง
- เหมาะกับการสร้าง Mood ดราม่า
นิยมใช้กับ :
- Rim Light Hair Light
- Dramatic Portrait
- Lighting ที่ต้องการเงาคม
- งานแฟชั่น หรือ Cinematic Look
Beam Angle หรือองศาการกระจายแสงมักค่อนข้างแคบ ประมาณ 30–50° ทำให้แสง “กอง” และควบคุมง่ายกว่า
“ทรงโดม” คืออะไร? (Softbox / Parabolic Softbox)

Softbox คืออุปกรณ์ที่ครอบหน้าไฟด้วยโครงและผ้ากระจายแสง (Diffuser) เพื่อทำให้แสง “นุ่มขึ้น” ด้านใน Softbox จะเป็นผ้าสะท้อนแสงสีเงิน แล้วปล่อยแสงผ่านผ้าขาวด้านหน้าอีกที ทำให้แสงกระจายตัวและฟุ้งขึ้น
ผลลัพธ์ที่ได้ เงานุ่ม ผิวดูละมุน Contrast ลดลง แสง Wrap รอบหน้าได้สวยกว่า ที่สังเกตได้เลยส่วนมาก YouTuber, Beauty Creator จะนิยมใช้ Softbox
Parabolic Softbox ต่างจาก Softbox ปกติยังไง?
Parabolic Softbox คือ Softbox แบบ “ลึก” หรือ Deep Softbox
จุดเด่นคือ:
- รูปทรงลึกคล้ายพาราโบลา
- คุมทิศทางแสงได้ดีกว่า
- แสงยังนุ่ม แต่มี Contrast มากกว่า Softbox ตื้น
Softbox ทั่วไปจะให้แสงฟุ้งกว้างและนุ่มมาก แต่ Parabolic จะเพิ่ม “ความพุ่ง” และ “มิติ” เข้าไปอีกระดับนิยมใช้กับงาน Portrait , Beauty ,Fashion ,Commercial หรืองานที่ต้องการผิวสวยแต่ยังมีมิติ อีกจุดที่หลายคนชอบคือ Catchlight หรือแสงสะท้อนในตา เพราะ Softbox ทรงกลมหรือ Octa จะให้วงแสงดูธรรมชาติและสวยกว่าแบบเหลี่ยม
คู่มือเลือกSoftbox ของ NiceFoto ให้เหมาะกับงานวิดีโอ
| เปรียบเทียบ | Standard Reflector (ถ้วย) | Softbox / Parabolic (โดม) |
| รูปร่าง | กรวย / ชามอะลูมิเนียม | โดมผ้าขึง Diffuser |
| ลักษณะแสง | Hard Light | Soft Light |
| คุณภาพเงา | เงาคม คอนทราสต์สูง | เงานุ่ม ไล่แสงเนียน |
| Beam Angle | แคบประมาณ 30–50° | กว้างประมาณ 90–120° |
| การควบคุมแสง | พุ่ง คุมทิศทางง่าย | กระจายกว้าง ครอบคลุมกว่า |
| ความเข้มแสง | ได้ความสว่างเต็มกว่า | แสงดรอปลงจาก Diffuser |
| Mood ภาพ | ดุดัน มีมิติ Dramatic | ละมุน ดูสะอาด ดูแพง |
| เหมาะกับงาน | Rim Light, Product, Cinematic | Interview, Beauty, YouTube |
| ราคาเริ่มต้น | มักแถมมากับไฟ | ประมาณ 1,500–4,000 บาท |
เปรียบเทียบ NiceFoto Softbox (KD Series) ขนาดไหนดี?

ถ้าพูดถึงอุปกรณ์จัดแสงที่ช่วยให้ภาพดูนุ่ม ละมุน และโปรขึ้น “Softbox” ถือเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ทั้งสายถ่ายภาพและสายวิดีโอเลือกใช้กันเยอะมาก เพราะมันช่วยเปลี่ยนแสงแข็งจากไฟ LED ให้ดูนุ่มขึ้น ลดเงาแข็งบนใบหน้า และทำให้ภาพดูมีมิติมากกว่าเดิม หนึ่งในซีรีส์ที่น่าสนใจคือ NiceFoto KD Softbox ที่มีขนาดให้เลือกหลายไซซ์ ตั้งแต่ขนาดเล็กสำหรับ Creator ไปจนถึงขนาดใหญ่สำหรับงาน Production จริงจัง ซึ่งแต่ละไซซ์ต่างกันยังไง? เดี๋ยวมาดูไปพร้อมกัน
NiceFoto KD60 / KD70 — ไซซ์เล็กถึงกลาง เน้นคล่องตัว ใช้งานง่าย
สำหรับใครที่เป็นสาย Creator, ไลฟ์สด หรือทำ Home Studio ขนาดเล็กถึงกลาง NiceFoto KD60 และ KD70 ถือเป็นสองไซซ์ที่ใช้งานง่ายและตอบโจทย์มากที่สุด เพราะทั้งคู่ยังคงจุดเด่นเรื่อง “ความคล่องตัว” เอาไว้ได้ดี ไม่ว่าจะเป็นการเซ็ตอัป การขนย้าย หรือการใช้งานในพื้นที่จำกัด
KD60 จะเหมาะกับคนที่ต้องการความกะทัดรัดเป็นพิเศษ ใช้งานง่าย น้ำหนักเบา และไม่กินพื้นที่มาก เหมาะกับงานรีวิวสินค้า การถ่ายครึ่งตัว หรือการจัดไฟในห้องเล็ก ๆ ที่มีพื้นที่จำกัด
KD70 จะเพิ่มพื้นที่กระจายแสงขึ้นมาอีกระดับ ทำให้ได้แสงที่นุ่มและครอบคลุมมากกว่าเดิม เหมาะกับงาน Portrait เต็มตัว การไลฟ์สด หรือการถ่ายคน 1-2 คนในเฟรมเดียว โดยยังคงพกพาได้สะดวกและไม่ใหญ่จนเกินไป
NiceFoto KD90 — สำหรับงาน Studio และงาน Commercial
เมื่อเข้าสู่ขนาด 90 ซม. สิ่งที่แตกต่างชัดเจนคือ “คุณภาพของแสง” ที่ดูนุ่มและกระจายได้สม่ำเสมอขึ้น KD90 เหมาะกับงานที่ต้องการภาพดูโปรมากขึ้น เช่น ถ่ายแฟชั่น งานโฆษณา งานโปรดักชัน ไลฟ์สดระดับสตูดิโอ Commercial Content จุดเด่นของไซซ์นี้คือแสงจะ Wrap รอบตัวแบบได้สวยกว่า ทำให้ผิวดูละมุน ลดเงาแข็ง และช่วยให้ภาพดู Cinematic มากขึ้น
แน่นอนว่าด้วยขนาดที่ใหญ่ขึ้น ก็ต้องแลกกับ :
- น้ำหนักที่มากขึ้น
- ใช้พื้นที่เซ็ตมากขึ้น
- ต้องใช้ขาตั้งที่แข็งแรงกว่าเดิม
NiceFoto KD120 — Softbox สำหรับงาน Production จริงจัง
KD120 คือรุ่นใหญ่สุดในซีรีส์ และเป็นไซซ์ที่ออกแบบมาสำหรับงาน Production โดยเฉพาะ ด้วยหน้าขนาดใหญ่ถึง 120 ซม. ทำให้ได้แสงที่ นุ่มมาก เกลี่ยเงาได้สวย ดูเป็นธรรมชาติ ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ซึ่งแสงลักษณะนี้ก็จะเหมาะกับงานภาพยนตร์ งานแฟชั่นCommercial ระดับสูง เซ็ตไฟขนาดใหญ่ งานอีเวนต์ สิ่งที่หลายคนชอบในไซซ์นี้คือภาพจะดู “แพง” ขึ้นอย่างชัดเจน เพราะแหล่งกำเนิดแสงมีขนาดใหญ่ ทำให้แสงดูฟุ้งและละมุนแบบงาน Cinema แต่ก็ต้องใช้พื้นที่ในการทำงานมากขึ้นเช่นกัน จึงเหมาะกับ Studio หรือกองถ่ายที่มีพื้นที่เพียงพอ
สรุปให้สั้น ๆ ถ้าต้องการเน้น “ความคล่องตัว” KD60 จะตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าอยากได้พื้นที่แสงที่กว้างและนุ่มขึ้นอีกหน่อย KD70 ถือเป็นไซซ์ที่บาลานซ์และใช้งานได้ครอบคลุมมาก ส่วน KD90 จะเหมาะกับคนที่เริ่มทำงาน Studio หรือ Production จริงจัง เพราะให้คุณภาพแสงที่ดูโปรขึ้นอย่างชัดเจน และถ้าต้องการแสงนุ่มระดับงานภาพยนตร์หรือ Commercial ใหญ่ ๆ KD120 ก็เป็นตัวเลือกสำหรับงานระดับ Production เต็มรูปแบบที่ดีเลย
เลือกให้ตรงกับสไตล์งานของตัวเอง แล้วคุณภาพแสงจะพูดแทนทุกอย่างเอง สำหรับใครที่อยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถอ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่ The Digital STM และสนใจดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ Nicefoto Thailand ได้เลยค่ะ

