วันนี้พามาเจาะลึกอุปกรณ์ชิ้นใหม่ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวจบของคนทำงานสายโปรดักชันภาพยนตร์และวิดีโอ นี่คือ Hollyland Pyro 7 Ultra จอมอนิเตอร์ขนาด 7 นิ้วที่มาพร้อมคอนเซปต์ Master in One ความพิเศษของรุ่นนี้คือการจับเอาระบบส่งสัญญาณ TX และรับสัญญาณ RX ไร้สายมารวมไว้ในหน้าจอเดียวแบบ All-in-One ทำให้เราไม่ต้องวุ่นวายกับการเดินสายไฟหน้าเซ็ต ลดความซับซ้อนในการทำงานลงไปได้มากเลยค่ะ
Table of Contents
ฟีเจอร์ของ Hollyland Pyro 7 Ultra
ดีไซน์และพอร์ตการเชื่อมต่อระดับโปร
ขอเริ่มต้นที่ฮาร์ดแวร์กันก่อนค่ะ รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 7.02 นิ้ว ความละเอียด 1920×1200 พิกเซล ในอัตราส่วน 16:9 น้ำหนักตัวเครื่องเบากว่า 630 กรัม

พอร์ตเชื่อมต่อครบครัน
ด้านพอร์ตการเชื่อมต่อก็ให้มาแบบจัดเต็มสำหรับงานโปรดักชัน ทั้ง HDMI 2.0 และ 3G-SDI ที่รองรับการทำ Loop-through และ Cross-conversion ได้อย่างอิสระ มีพอร์ต USB-C 2.0 สำหรับรับส่งข้อมูล ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร และยังมีช่องเสียบ SD Card มาให้ด้วยค่ะ
เจาะลึกหน้าจอ QD-LCD สีตรงระดับงาน Broadcast

มาตรฐานสีที่โปรดักชันวางใจได้
หัวใจสำคัญของจอมอนิเตอร์รุ่นนี้คือการเลือกใช้เทคโนโลยีหน้าจอ QD-LCD Optical Architecture ระดับมืออาชีพ ซึ่งทำงานโดยการส่งแสงจาก Blue LED เข้าสู่ฟิล์ม Quantum Dot Enhancement Film หรือ QDEF โครงสร้างระดับนาโนนี้จะทำการแปลงแสงให้เป็นสีแดงและสีเขียวที่มีช่วงความยาวคลื่นแคบ ก่อนจะผสมเป็นสเปกตรัม RGB เพื่อสร้างความบริสุทธิ์ของสีในระดับสูงสุด
หน้าจอทุกตัวผ่านกระบวนการคาลิเบรตจากโรงงานด้วยซอฟต์แวร์ Calman ทำให้มั่นใจได้ถึงความแม่นยำของสีในระดับงานบรอดแคสต์ที่ค่า ΔE < 1.5 จอภาพรองรับขอบเขตสี 95% DCI-P3 และ Rec.709 โดยมีอัตราส่วนคอนทราสต์ที่ 1000:1 พร้อมค่า Gamma 2.4 ที่ช่วยรักษารายละเอียดในโทนกลางให้มีมิติสไตล์ภาพยนตร์ และสามารถใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีแสงจ้าได้อย่างไร้ปัญหาด้วยความสว่างที่สูงถึง 1500 nits
คาลิเบรตสีง่ายภายใน 3 นาทีแบบ PC-Free
เรื่องการบำรุงรักษาก็ทำได้ง่ายมาก หากต้องการตั้งค่าสีหน้าจอใหม่เพื่อความแม่นยำในระยะยาว เราสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ Hollyland Color Calibrator ผ่านพอร์ต USB-C ได้ทันที ระบบสามารถคาลิเบรตสีให้เราเสร็จสรรพภายใน 3 นาทีโดยไม่ต้องพึ่งพาคอมพิวเตอร์ หรือ PC-Free Calibration
ระบบส่งสัญญาณไร้สาย TWiFi เสถียรและทรงพลัง
มาดูเรื่องการส่งสัญญาณไร้สายกันบ้าง Hollyland ใส่เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะที่เรียกว่า TWiFi หรือ Twin-WiFi มาให้ ระบบนี้จะสร้างเส้นทางการเชื่อมต่อแบบ Twin-Path ทำงานประสานกันผ่านคลื่นความถี่ 2.4GHz และ 5GHz
ส่งสัญญาณไกล 1 กิโลเมตรพร้อมสลับคลื่นอัตโนมัติ
มีระบบ Automatic Frequency Hopping ที่จะเปลี่ยนช่องความถี่ให้เราแบบอัตโนมัติ เมื่อเจอสัญญาณรบกวนในสภาพแวดล้อมที่มีอุปกรณ์ไร้สายหนาแน่น ทำให้รองรับการส่งภาพวิดีโอความละเอียดสูงสุดถึง 4K60 ได้อย่างเสถียร และทำระยะส่งสัญญาณได้ครอบคลุมไกลสุดถึง 1 กิโลเมตร หรือ 3300 ฟุตเลยทีเดียวค่ะ
ความหน่วงต่ำพิเศษ 20ms เอาใจสาย Focus Puller
สำหรับทีม Focus Puller ที่จังหวะทุกเสี้ยววินาทีมีความหมาย จอตัวนี้ออกแบบมาให้มีความหน่วงหรือ Latency ต่ำพิเศษเพียง 20ms เมื่อเปิดใช้งาน Focus Mode ซึ่งการเปิดโหมดนี้ที่ฝั่งตัวรับสัญญาณจะช่วยลดความหน่วงลงได้อย่างเห็นผล ตอบโจทย์การดึงโฟกัสแบบเรียลไทม์ได้อย่างแม่นยำ
จัดการอุปกรณ์รับสัญญาณได้ยืดหยุ่นด้วย Broadcast Mode
การเชื่อมต่ออุปกรณ์รับสัญญาณก็ยืดหยุ่นมากค่ะ แบ่งเป็น 2 โหมดหลัก โหมดแรกคือ Non-Broadcast ตัวส่งสัญญาณ 1 ตัวสามารถเชื่อมต่อกับตัวรับสัญญาณได้สูงสุด 4 ตัว และเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชันได้อีก 2 อุปกรณ์พร้อมกัน
ส่วนโหมดที่สองคือ Broadcast Mode ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับกองถ่ายสเกลใหญ่ เราสามารถใช้ตัวส่งสัญญาณ 1 ตัว ส่งภาพไปยังตัวรับสัญญาณได้ถึง 20 ตัว หรือในทางทฤษฎีคือเพิ่มตัวรับสัญญาณได้แบบไม่จำกัดจำนวนเลยค่ะ ทีนี้ทั้งผู้กำกับ ผู้กำกับภาพ และทีมงานทุกฝ่ายก็สามารถดูมอนิเตอร์ภาพเดียวกันได้พร้อมกันทั้งหมด

ยกระดับการควบคุมด้วย Camera Control และ HollyOS
สั่งการกล้องระยะไกล
อีกหนึ่งความเก่งของรุ่นนี้คือฟีเจอร์ Camera Control ค่ะ ตัวเครื่องผสานการทำงานร่วมกับ Official SDK ทำให้รองรับการควบคุมกล้องแบรนด์ยอดฮิตอย่าง Sony Canon Nikon และ ARRI ได้โดยตรง เราสามารถสลับการควบคุมระหว่างตัวส่งสัญญาณที่ติดอยู่บนกล้องและตัวรับสัญญาณไร้สายได้อย่างไร้รอยต่อ ยกตัวอย่างเช่นการเชื่อมต่อกับกล้อง Sony FX3 ผ่านสาย USB ก็สามารถปรับแต่งค่าต่างๆ เช่น รูรับแสง Shutter ISO และ White Balance จากระยะไกลได้เลยค่ะ
ระบบปฏิบัติการ HollyOS และ Ecosystem
การทำงานทั้งหมดนี้ถูกขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการเจเนอเรชันใหม่ HollyOS ที่ออกแบบ UI มาให้ใช้งานง่าย เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงานที่เร่งรีบ มีเครื่องมือวิเคราะห์ภาพระดับมืออาชีพมาให้ครบ ทั้ง Waveform Histogram Focus Peaking LUT Vectorscope False Color Zebra และอื่นๆ อีกมากมาย
นอกจากนี้ตัวเครื่องยังออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับ Pyro Ecosystem รุ่นอื่นๆ เช่น Pyro H Pyro S และ Pyro Ultra ได้อย่างไร้ปัญหา และยังจับมือร่วมกับแบรนด์ Tilta เพื่อรองรับอุปกรณ์เสริมอย่างระบบควบคุมเลนส์ Nucleus-M II และเคสจอมอนิเตอร์แบบพิเศษด้วยค่ะ

ระบบจัดการพลังงานที่ไว้ใจได้
ด้านการใช้พลังงาน ตัวเครื่องรองรับไฟเข้ากระแสตรงผ่านพอร์ต DC 2.0 มิลลิเมตร ที่แรงดัน 10 ถึง 28 โวลต์ และมีเพลตแบตเตอรี่ V-Mount ติดตั้งมาให้ในตัวที่ด้านหลัง อัตราการใช้พลังงานของทั้งโหมดรับและส่งสัญญาณจะน้อยกว่า 25 วัตต์ ดังนั้นถ้าเราใช้แบตเตอรี่ V-Mount ขนาด 100Wh ก็จะสามารถเปิดใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 4 ชั่วโมงค่ะ
ราคาและการวางจำหน่าย
ภายในกล่องจัดอุปกรณ์มาให้ครบพร้อมออกกอง ทั้งตัวจอมอนิเตอร์ เสาอากาศแบบสั้น 4 ต้น ฟิล์มกระจกกันรอย สายแปลงไฟ D-Tap เป็นช่องเสียบ DC แบบล็อกได้ และอะแดปเตอร์ USB-C OTG

สำหรับค่าตัวของ Hollyland Pyro 7 Ultra เปิดมาที่ 1399 USD ส่วนราคาจำหน่ายปลีกในไทยจะอยู่ที่ 53,900.00 บาท สินค้ามีการรับประกันคุณภาพเป็นเวลา 1 ปีเต็ม ใครที่สนใจยกระดับงานโปรดักชันให้เป็นมืออาชีพยิ่งขึ้นด้วยอุปกรณ์ชิ้นนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศหรือ Facebook Page : Hollyland Thailand ได้เลยค่ะ

