Hollyland Lark M2 Combo vs Lark Max เลือกรุ่นไหนดี?

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่กำลังตัดสินใจเลือกซื้อไมโครโฟนไร้สายมาใช้งานในการถ่ายทำคอนเทนต์ในรูปแบบต่าง ๆ ไมโครโฟนไร้สายสองรุ่นยอดฮิตของแบรนด์ Hollyland อย่าง Lark Max และ Lark M2 คือไมโครโฟนสองรุ่นที่เราอยากแนะนำ

ซึ่งแน่นอนว่าไมโครโฟนไร้สายสองรุ่นนี้ต่างก็มีคุณสมบัติและข้อดีที่แตกต่างกันออกไป แล้วรุ่นไหนกันนะที่จะเหมาะสมกับคุณมากที่สุด? บทความนี้จะพาคุณมาเปรียบเทียบความสามารถของไมค์สองตัวนี้เพื่อหาคำตอบกันครับ

ดีไซน์ภายนอกของตัวไมค์

Lark M2 ดีไซน์ภายนอกของตัวไมค์

Lark M2

มาพร้อมดีไซน์กะทัดรัดขนาดเล็กเท่าเม็ดกระดุม มีน้ำหนักที่เบาเพียง 9 กรัม มาพร้อมทางเลือกในการติดตั้งที่หลากหลายถึง 3 รูปแบบ ได้แก่ แม่เหล็ก, คลิปหนีบ, และสายคล้องคอ

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ไมค์ตัวนี้สามารถพกพาได้อย่างสะดวกสบาย แถมยังสามารถนำมาใช้งานได้อย่างแนบเนียน หมดกังวลปัญหาเรื่องการติดตั้งไมค์ที่โดดเด่นเกินไป เพราะเราสามารถนำไมค์ตัวนี้ไปติดซ่อนไว้ตรงไหนก็ได้ จะแอบติดตั้งเพื่อบันทึกเสียงแบบ ASMR หรือจะนำไปห้อยเป็นสร้อยสไตล์แฟชั่นก็สามารถทำได้ตามต้องการ

Lark Max ดีไซน์ภายนอกของตัวไมค์

Lark Max

มาพร้อมดีไซน์ที่มีขนาดใหญ่กว่า Lark M2 อยู่พอสมควร มีน้ำหนัก 33 กรัม มาพร้อมทางเลือกในการติดตั้งด้วยแม่เหล็กเพียงแบบเดียว

ทั้งหมดนี้จะส่งผลให้ตัวไมค์มีความใหญ่และดึงดูดสายตาอยู่พอสมควร เมื่อเทียบขนาดที่เล็ก และสไตล์การติดตั้งไมค์ที่หลากหลายของ Lark M2


คุณภาพและฟังก์ชันของเสียง

Lark M2 คุณภาพและฟังก์ชันของเสียง

Lark M2

มาพร้อมกับคุณภาพเสียงระดับ 48kHz/24bit พร้อมฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนแบบ ENC ที่จะทำให้เสียงดั้งเดิมของผู้พูดมีความชัดเจนมากที่สุด ช่วยให้คุณออกไปถ่ายคอนเทนต์ได้ทุกที่ แม้เป็นพื้นที่ที่มีแสงรบกวนสูง

Lark Max ฟังก์ชันและคุณภาพของเสียง

Lark Max

มาพร้อมกับคุณภาพเสียงระดับ 48kHz/24bit พร้อมฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนแบบ ENC เช่นกัน แต่สิ่งที่ทำให้ Lark Max โดดเด่นกว่า Lark M2 คือ

  • การบันทึกเสียงได้เองจากตัวไมค์ ที่สามารถใช้เพื่อ Back-Up เป็นไฟล์เสียงในตัวได้นานถึง 14 ชั่วโมง

ช่วยให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าจะไม่พลาดการบันทึกเสียงในช่วงเวลาสำคัญ

นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชัน EQ Setting ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่จะทำให้เราสามารถปรับแต่งย่านความถี่ของเสียงเพื่อใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ตามต้องการ โดย EQ Setting จะถูกแบ่งการใช้งานออกเป็น 3 โหมด ดังนี้

  • Hi-Fi Mode

เหมาะสำหรับสถานการณ์ที่ต้องการเก็บรายละเอียดของเสียงให้ครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุด เช่น การแสดงดนตรีสด

  • Low Cut Mode

โหมดนี้จะช่วยกรองเสียงรบกวนที่มีความถี่ต่ำออกไป เหมาะกับการบันทึกเสียงในพื้นที่กลางแจ้งที่มีเสียงรบกวนมาก

  • Vocal Boost

โหมดนี้จะเป็นบูสต์เนื้อเสียงของเราให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการใช้ในการพรีเซนต์งาน หรือการถ่ายคอนเทนต์ที่เน้นเสียงพูดเป็นหลัก


อายุแบตเตอรี่

Lark M2 อายุแบตเตอรี่

Lark M2

  • ตัวส่ง (TX) สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง
  • ตัวรับ (RX) สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 9 ชั่วโมง

ทั้งสองสามารถนำมาชาร์จกับตัวเคสได้พร้อมกันจนเต็มได้ 2 ครั้ง ด้วยเวลาครั้งละ 1.5 ชั่วโมง

Lark Max อายุแบตเตอรี่

Lark Max

  • ตัวส่ง (TX) สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 7.5 ชั่วโมง และสามารถนำไปชาร์จกับตัวเคสเพื่อใช้งานได้นานสูงสุดถึง 22 ชั่วโมง
  • ตัวรับ (RX) สามารถใช้งานได้นานสูงสุด 9 ชั่วโมง ซึ่งสามารถใช้งานและชาร์จไปพร้อมหากใส่ไว้ภายในตัวเคส

ระยะและคุณภาพของสัญญาณ

Lark M2 ระยะและคุณภาพของสัญญาณ

Lark M2

มีระยะการส่งสัญญาณที่ไกลถึง 300 เมตร พร้อมฟังก์ชันที่จะช่วยป้องกันการถูกรบกวนจากสัญญาณ 2.4 GHz, อินฟราเรด และคลื่นวิทยุ ช่วยให้เสียงของเรามีความชัดเจนและปราศจากสัญญาณรบกวน

Lark Max ระยะและคุณภาพของสัญญาณ

Lark Max

มีระยะการส่งสัญญาณที่ไกลถึง 250 เมตร พร้อมเสาสัญญาณแบบสองคลื่นความถี่ แถมยังมีเทคโนโลยี Adaptive Frequency Hopping หรือ AFH ที่จะคอยช่วยสลับเปลี่ยนไปใช้ย่านความถี่ที่ดีที่สุดให้โดยอัตโนมัติ ช่วยให้เราสามารถบันทึกเสียงได้อย่างราบรื่นโดยไม่มีปัญหาสัญญาณขาดหาย


ตารางเปรียบเทียบสเปค Lark M2 และ Lark Max

ProductLark M2Lark Max
InterfaceTX: 3.5mm audio input interface, USB-C
RX: 3.5mm headphone jack, USB-C, 3.5mm audio output interface
Charging case: USB-C
TX: 3.5mm audio input interface, USB-C
RX: 3.5mm headphone jack, USB-C, 3.5mm audio output interface
Charging case: USB-C
Wireless Technology2.4GHz AFH2.4GHz AFH
LOS Range1,000ft (300m)820ft (250m)
Mic Polar PatternOmnidirectionalOmnidirectional
Frequency Range20Hz–20kHz20Hz–20kHz
Sampling Rate / Bit Depth48 kHz/24-bit48 kHz/24-bit
Maximum SPL115dB SPL128dB SPL
Default Dynamic Range80dB (Mobile Version)
94dB (Camera Version)
98dB
Battery CapacityTX: 97 mAh
Camera Version RX: 145 mAh
Mobile Version Charging Case: 750 mAh
Camera Version Charging Case: 1950 mAh
TX: 300mAh
RX: 490mAh
Charging case: 2800mAh
Noise CancellationY
(ENC)
Y
(ENC)
Backup RecordingNY
(8GB of built-in storage for approx. 14-hour recording)
USB Digital Audio OutputYY
Mono ModeYY
Stereo ModeYY
Security TrackNY
EQ SettingsNY
Mic Gain SettingsNY
MFi-CertificationYY
App SupportYN
Display ScreenNY
(AMOLED touchscreen with screen lock)
Indicator / Screen
Brightness Adjustment
NY
Real-Time MonitoringNY
Magnetic AttachmentYY
Wired Lavalier Mic ConnectionNY
Operating Time (Approx.)TX: About 10 hours
Camera Version RX: About 9 hours
Mobile Version Charging Case: > 2 times charging for 2 TX at the same time
Camera Version Charging Case: > 3 times charging for all TX and RX at the same time
TX: 7.5 hours
RX: 9 hours
Charging case: 2 times of charging for 2 TX and 1 RX
Charging Time (Approx.)TX: About 1.5 hours
Camera Version RX: About 1.5 hours
Mobile Version Charging Case: < 1.5 hours
Camera Version Charging Case: < 2 hours
TX: <2 hours
RX: <2 hours
Charging case: <2 hours
Dimensions (Approx.)TX: Approx. D26mm x 9.9mm (1.0” x 0.4”)
Mobile Version RX: Approx. 40mm x 16.5mm x 9mm (1.6” x 0.6” x 0.4”)
Camera Version RX: Approx. 40mm x 25.7mm x 20.5mm (1.6” x 1.0” x 0.8”)
Mobile Version Charging Case: Approx. 75.8mm x 49.8mm x 35mm (3.0” x 2.0” x 1.4”)
Camera Version Charging Case: Approx. 86mm x 54mm x 39mm (3.4” x 2.1” x 1.5”)
TX: 48.5mm x 30.3mm x 19.37mm (1.9″ x 1.2″ x 0.76″)
RX: 58mm x 40.83mm x 23.17mm (2.3″ x 1.6″ x 0.9″)
Charging case: 115mm x 46mm x 63mm (4.5″ x 1.8″ x 2.5″)
Weight (Approx.)TX: Approx. 9g (0.3oz)
Mobile Version RX: Approx. 6g (0.2oz)
Camera Version RX: Approx. 14.8g (0.5oz)
Mobile Version Charging Case: Approx. 65.6g (2.3oz)
Camera Version Charging Case: Approx. 111g (3.9oz)
TX: 33g (1.16oz)
RX: 60g (2.1oz)
Charging case: 193.5g (6.8oz)

จากการเปรียบเทียบทั้งหมด จะเห็นได้ว่า Lark M2 และ Lark Max ต่างมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน โดยในด้านของ Lark M2 จะมีความโดดเด่นในเรื่องของดีไซน์ที่ทันสมัยกว่า สามารถพกพาได้ง่าย ติดตั้งตัวไมค์ได้หลายสไตล์ ส่วนในด้านของ Lark Max ก็จะโดดเด่นในเรื่องของฟังก์ชันการบันทึกเสียงที่มีความลึกและสามารถใช้งานได้หลากหลายยิ่งกว่า และคุณภาพสูงกว่า

ดังนั้นแล้ว หากหนึ่งในไมค์สองรุ่นนี้มีคุณสมบัติที่ตรงกับความต้องการของคุณ หรือคุณต้องการที่จะสอบถามรายละเอียดของไมค์ตัวไหนเพิ่มเติม สามารถติดต่อเราได้ที่เพจ Facebook: Hollyland Thailand