ถ้าการถ่ายทำต้องเจอกับพื้นที่ขนาดใหญ่ ฉากที่มีหลายคน หรือการจัดแสงที่ต้องการกำลังไฟสูง เรื่องของ “ความสว่าง” กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการทำงานโดยตรง NANLITE จึงเปิดตัว FC-1200B และ FC-1200C ไฟ COB กำลังสูงที่มาพร้อมกำลังไฟ Rated Power 1350W และ Output 1200W ออกแบบมาเพื่อรองรับงานตั้งแต่การถ่ายภาพบุคคล งานสัมภาษณ์ งานถ่ายภาพสินค้า ไปจนถึง Livestream ขนาดใหญ่และงานผลิตภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์
ทั้งสองรุ่นใช้แนวคิดการออกแบบแบบ All-in-One รวม Power Adapter และ Control Unit ไว้ในตัวโคม ช่วยลดอุปกรณ์ที่ต้องจัดการบนเซ็ต และใช้สาย AC เพียงเส้นเดียวในการเชื่อมต่อ ทำให้การติดตั้งและจัดเก็บเป็นระเบียบมากขึ้น แต่ความน่าสนใจของคู่นี้ไม่ได้มีแค่กำลังไฟสูง เพราะ FC-1200B เน้นความยืดหยุ่นของแสงขาวแบบ Bi-Color ขณะที่ FC-1200C เพิ่มความสามารถด้านสีแบบ Full-Color ทำให้ทั้งสองรุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
Table of Contents
NANLITE FC-1200B และ FC-1200C สว่างแค่ไหน?

ด้วย Rated Power สูงถึง 1350W ทั้ง NANLITE FC-1200B และ FC-1200C ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแสงกำลังสูงสำหรับงานที่ต้องการการส่องสว่างมาก โดยสามารถปรับความสว่างได้ตั้งแต่ 0–100% และละเอียดถึง 0.1%
สำหรับ FC-1200B สามารถให้ความสว่างสูงสุดที่
- 7,900 Lux ที่ระยะ 3 เมตร เมื่อวัดจากตัวไฟโดยตรงที่ 5600K
- 15,620 Lux ที่ระยะ 3 เมตร เมื่อใช้ Reflector 45°
- รองรับการปรับอุณหภูมิสีตั้งแต่ 2,700K–6,500K
ส่วน FC-1200C ให้ความสว่างที่
- 6,960 Lux ที่ระยะ 3 เมตร เมื่อวัดจากตัวไฟโดยตรงที่ 5600K
- 14,220 Lux ที่ระยะ 3 เมตร เมื่อใช้ Reflector 45°
- 2,307 Lux ที่ระยะ 3 เมตรสำหรับสีเขียวจากตัวไฟโดยตรง
- 4,710 Lux ที่ระยะ 3 เมตรสำหรับสีเขียว เมื่อใช้ Reflector 45°
ทั้งสองรุ่นมีมุมลำแสง 90° ช่วยให้กระจายแสงได้กว้าง พร้อมให้แสงที่ดูเป็นธรรมชาติและสม่ำเสมอ เหมาะกับการนำไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ปรับแสงเพื่อสร้างรูปแบบแสงที่ต้องการ
FC-1200B ไฟ Bi-Color ที่ปรับแสงขาวได้ตั้งแต่ 2,700K–6,500K
ถ้าต้องการไฟกำลังสูงที่เน้นการสร้างแสงขาว NANLITE FC-1200B มาพร้อมระบบ COB Bi-Color ที่สามารถปรับอุณหภูมิสีได้ตั้งแต่ 2,700K ถึง 6,500K ช่วงสีนี้ช่วยให้สามารถเปลี่ยนจากโทน Warm White ไปจนถึง Cool White ได้ภายในตัวเดียว จึงเหมาะกับการจำลองแสงอาทิตย์ แสงสภาพแวดล้อม หรือใช้ปรับให้เข้ากับสภาพแสงที่มีอยู่ในสถานที่ถ่ายทำ
FC-1200B มีโหมดการทำงานหลัก 2 รูปแบบ ได้แก่
CCT Mode สำหรับปรับอุณหภูมิสีของแสงขาว
Effect Mode สำหรับสร้างเอฟเฟกต์แสง โดยมีเอฟเฟกต์ในตัวทั้งหมด 12 แบบ และสามารถปรับพารามิเตอร์ของเอฟเฟกต์ได้
นอกจากนี้ CCT Mode ยังมีตัวเลือกการทำงาน 2 รูปแบบ คือ Maximum Mode ที่เน้นความสว่างสูงสุดที่เป็นไปได้ในแต่ละอุณหภูมิสี และ Constant Output Mode ที่เน้นการรักษาความสม่ำเสมอของเอาต์พุตตลอดช่วง CCT
FC-1200C เพิ่มสีสันด้วย Nebula C4 Light Engine

สำหรับคนที่ต้องการมากกว่าแสงขาว NANLITE FC-1200C มาพร้อม Nebula C4 Light Engine ซึ่งเป็นระบบแสงสีของ NANLITE ที่ใช้ RGBW เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการสร้างสี FC-1200C สามารถปรับอุณหภูมิสีได้กว้างถึง 2,400K–12,000K พร้อมการปรับ Green/Magenta ได้ที่ ±150
จุดนี้ช่วยให้การจัดแสงมีทางเลือกมากขึ้น โดยเฉพาะสถานการณ์ที่ต้องทำงานกับแสงหลายแหล่งหรือสภาพแสงที่ซับซ้อน เพราะสามารถปรับโทนสีให้เข้ากับบรรยากาศโดยรอบได้ละเอียดขึ้น
FC-1200C มีโหมดแสงให้เลือกถึง 5 รูปแบบ ได้แก่
- CCT Mode ปรับอุณหภูมิสีและ Green/Magenta
- HSI Mode ปรับ Hue, Saturation และ Intensity
- RGBW Mode ควบคุม Red, Green, Blue และ White แยกกัน
- Gel Mode มีสีจาก LEE และ Rosco Gel รวม 460 แบบ
- Effect Mode มีเอฟเฟกต์ในตัว 15 แบบ พร้อมการปรับพารามิเตอร์
พูดง่าย ๆ คือ FC-1200C ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสร้างแสงขาว แต่เปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์สามารถออกแบบสีและบรรยากาศของฉากได้มากขึ้น
ความแม่นยำของสีที่ออกแบบมาเพื่องานภาพ

นอกจากความสว่างแล้ว การควบคุมสีเป็นอีกส่วนที่สำคัญสำหรับงานถ่ายภาพและวิดีโอ โดยข้อมูลของ NANLITE ระบุค่าการแสดงผลสีของทั้งสองรุ่นไว้ในระดับสูง

FC-1200B
- CRI: Average 96
- TLCI: Average 98
- TM-30 Rf: Average 95
- TM-30 Rg: Average 100
FC-1200C
- CRI: Average 95
- TLCI: Average 94
- TM-30 Rf: Average 92
- TM-30 Rg: Average 100
สำหรับ FC-1200C ยังมีข้อมูล R9 ที่ 96.4 และ R15 ที่ 96.6 ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยสะท้อนรายละเอียดด้านการแสดงผลสีในงานที่ต้องการควบคุมสีอย่างจริงจัง
กำลังไฟสูง แต่ตัวไฟยังคงเป็นแบบ All-in-One

ไฟกำลังสูงมักมาพร้อมกับอุปกรณ์ประกอบหลายชิ้น แต่ FC-1200B และ FC-1200C เลือกออกแบบให้ Power Adapter และ Control Unit รวมอยู่กับตัวโคมไฟ ผลที่ได้คือการติดตั้งใช้เพียง AC Cable เส้นเดียว ช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการสายและลดอุปกรณ์แยกที่ต้องขนย้าย ตัวไฟมีขนาด 42.8 × 38.1 × 19.9 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 10 กก. / 22.05 ปอนด์ ทั้ง FC-1200B และ FC-1200C บริเวณ Yoke สามารถปรับองศาการก้มเงยของตัวไฟได้ 360° พร้อมมือจับปรับได้ทั้งสองด้าน เพื่อรองรับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมขนาดใหญ่ เช่น Parabolic Softbox
Bowens Mount รองรับอุปกรณ์เสริมหลากหลาย
อีกหนึ่งจุดที่ทำให้ FC-1200B และ FC-1200C นำไปต่อยอดกับงานจัดแสงได้ง่าย คือทั้งสองรุ่นมาพร้อม Bowens Mount และมีช่องสำหรับติดตั้งร่มบริเวณ Yoke
จึงสามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมแบบ Bowens ได้หลากหลาย เช่น
- Rapid 90/120 Parabolic Softbox
- Rapid 60 FM Mount Softbox
- Parabolic Softbox 150cm
- Rectangular Softbox 90×60cm
- Strip Softbox 140×30cm
- Asymmetric Softbox 110×45cm
- Lantern Softbox 65cm / 80cm / 120cm
- Umbrella Deep Silver 135cm
- Umbrella Shallow/Deep Translucent
เมื่อจับคู่ไฟกำลังสูงกับ Softbox หรือ Umbrella ก็สามารถสร้างแสงแบบ Soft Light สำหรับงานขนาดใหญ่ได้ โดยยังคงมีกำลังแสงเพียงพอสำหรับงาน Livestream, Interview, Portrait และ Product Photography
ควบคุมไฟได้ทั้งหน้าเครื่อง แอป และ DMX

เรื่องการควบคุมก็ถูกออกแบบมาให้รองรับทั้งการใช้งานแบบ Standalone และระบบไฟหลายดวง บริเวณตัวไฟมีหน้าจอขนาด 2.4 นิ้ว พร้อมปุ่มหมุน 2 ปุ่มและปุ่มกด 2 ปุ่ม ทำให้สามารถปรับค่าพื้นฐานได้โดยตรงจากตัวเครื่องโดยไม่ต้องเข้าเมนูที่ซับซ้อน ถ้าต้องการควบคุมแบบไร้สาย สามารถใช้งานผ่าน NANLINK 2.0 App เพื่อจัดการระบบไฟได้อย่างยืดหยุ่น เหมาะกับการทำงานที่มีไฟหลายตัวหรือเซ็ตขนาดใหญ่ ส่วนงานโปรดักชันที่ใช้ระบบควบคุมไฟ สามารถเชื่อมต่อผ่าน DMX/RDM โดยมี DMX IN และ OUT แบบ 5-pin XLR สำหรับเชื่อมต่อกับ Lighting Console และควบคุมอุปกรณ์หลายตัว อีกฟีเจอร์ที่น่าสนใจคือ NFC ซึ่งช่วยให้สามารถกำหนดพารามิเตอร์ DMX สำหรับไฟหลายตัวได้อย่างรวดเร็วผ่าน NANLINK 2.0 App
ระบบระบายความร้อนที่เลือกได้ตามสถานการณ์
เมื่อไฟมีกำลังสูง การจัดการความร้อนก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ FC-1200B และ FC-1200C จึงมีโหมดพัดลมให้เลือกทั้งหมด 4 รูปแบบ ได้แก่
- Smart ปรับการทำงานตามสถานการณ์
- Full Speed ทำงานเต็มความเร็ว
- Low Speed ลดความเร็วรอบพัดลม
- Off ปิดพัดลม
ในโหมด Smart ระดับเสียงสามารถอยู่ที่ประมาณ 26 dB(A) ทำให้เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องควบคุมเสียงรบกวน เช่น การบันทึกเสียงหรือการถ่ายทำที่ต้องทำงานต่อเนื่อง
มีเคสสำหรับจัดเก็บและขนย้ายมาให้
ทั้ง FC-1200B และ FC-1200C มาพร้อม EPP Carry Case ที่ออกแบบภายในให้มีโครงสร้างขึ้นรูปเพื่อรองรับตัวไฟและอุปกรณ์ต่าง ๆ ช่วยให้การจัดเก็บและขนย้ายเป็นระเบียบมากขึ้น สำหรับการเดินทางหรือการขนย้ายที่ต้องการความสะดวกมากขึ้น ยังมี Trolley Case เป็นอุปกรณ์เสริมให้เลือกใช้งาน
FC-1200B vs FC-1200C ต่างกันอย่างไร ?
แม้จะเป็นไฟในตระกูลเดียวกัน แต่ทั้งสองรุ่นมีแนวทางการใช้งานต่างกันค่อนข้างชัดเจน NANLITE FC-1200B เหมาะกับคนที่ต้องการไฟกำลังสูงและเน้นการสร้างแสงขาวแบบ Bi-Color สามารถปรับได้ตั้งแต่ 2,700K–6,500K พร้อม CCT Mode และ Effect Mode ส่วน NANLITE FC-1200C ขยับไปอีกขั้นด้วยระบบ Full-Color และ Nebula C4 Light Engine รองรับ CCT, HSI, RGBW, Gel และ Effect พร้อมช่วงอุณหภูมิสี 2,400K–12,000K และ Green/Magenta ±150 ดังนั้นจุดต่างหลักจึงอยู่ที่ “รูปแบบการควบคุมสี” มากกว่าการเป็นไฟกำลังสูงเพียงอย่างเดียว
เหมาะกับงานแบบไหน?
ด้วยกำลังไฟ Rated Power 1350W และ Output 1200W ทั้งสองรุ่นถูกออกแบบมาให้รองรับงานที่ต้องการแสงกำลังสูง เช่น
- การถ่ายภาพบุคคล
- งานสัมภาษณ์หลายคน
- Livestream ขนาดใหญ่
- การถ่ายภาพสินค้า
- งานผลิตภาพยนตร์
- งานผลิตรายการโทรทัศน์
- การจำลองแสงอาทิตย์
- งานจัดแสงในฉากขนาดใหญ่
โดย FC-1200B จะเน้นไปที่ความยืดหยุ่นของแสงขาว ส่วน FC-1200C เพิ่มความสามารถในการสร้างและควบคุมสี ทำให้มีตัวเลือกสำหรับออกแบบบรรยากาศของภาพมากขึ้น
NANLITE FC-1200B และ FC-1200C กับแนวคิดไฟกำลังสูงที่ใช้งานได้จริง
ถ้ามองจากภาพรวม NANLITE FC-1200B และ FC-1200C ไม่ได้เน้นเพียงการเพิ่มกำลังไฟให้สูงขึ้น แต่เป็นการนำกำลังระดับ 1350W มารวมเข้ากับการควบคุมแสงที่ละเอียด ระบบอุปกรณ์เสริม Bowens การควบคุมผ่าน NANLINK 2.0 และ DMX/RDM รวมถึงการออกแบบแบบ All-in-One FC-1200B จึงเป็นตัวเลือกสำหรับงานที่ต้องการแสงขาว Bi-Color และการปรับอุณหภูมิสีที่ครอบคลุม ขณะที่ FC-1200C เพิ่มความสามารถด้าน Full-Color ผ่าน Nebula C4 Light Engine พร้อมโหมดแสงที่หลากหลายกว่า และเมื่อทั้งสองรุ่นยังคงน้ำหนักประมาณ 10 กก. พร้อมเคสสำหรับขนย้ายและระบบควบคุมที่รองรับทั้งการใช้งานเดี่ยวและระบบไฟหลายดวง ก็ทำให้ไฟในระดับกำลังสูงไม่ได้หมายความว่าต้องแลกมาด้วยขั้นตอนการเซ็ตอัพที่ยุ่งยากเสมอไป
อุปกรณ์ภายในชุด

NANLITE FC-1200B
- FC-1200B × 1
- RF-BM Reflector 45° × 1
- AC Power Cable 7.5 เมตร × 1
- User Manual × 1
- Carry Case × 1
NANLITE FC-1200C
- FC-1200C × 1
- RF-BM Reflector 45° × 1
- AC Power Cable 7.5 เมตร × 1
- User Manual × 1
- Carry Case × 1
สรุป
NANLITE FC-1200B และ FC-1200C คือไฟกำลังสูงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานในระดับโปรดักชัน ตั้งแต่ฉากขนาดใหญ่ งานสัมภาษณ์หลายคน Livestream ไปจนถึงงานภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ FC-1200B มาพร้อมระบบ Bi-Color 2,700K–6,500K และ 12 Lighting Effects ขณะที่ FC-1200C ใช้ Nebula C4 Light Engine รองรับ 2,400K–12,000K, Green/Magenta ±150, RGBW และ 15 Lighting Effectsเมื่อรวมกับกำลังไฟ Rated Power 1350W, Bowens Mount, ระบบควบคุม NANLINK 2.0, DMX/RDM, NFC และดีไซน์ All-in-One ทั้งสองรุ่นจึงถูกวางมาเพื่อเป็นแหล่งกำเนิดแสงกำลังสูงที่สามารถนำไปปรับใช้กับงานถ่ายทำได้หลากหลายรูปแบบ
